Midnight Sun: Chapter 1 (ตอนที่ 1/6)

posted on 04 Aug 2009 15:01 by bantiful

 

 

 

   

แปล Midnight Sun 

"สุริยาในราตรี"

 

 

บทที่ 1 แรกพบ

 

นี่เป็นช่วงเวลาระหว่างวันที่ผมปรารถนาเป็นที่สุดว่าผมจะสามารถนอนหลับได้

โรงเรียนมัธยมปลาย

หรือควรจะเรียกว่าสถานที่ชำระบาปดี? หากจะมีสิ่งที่ผมจะต้องเจอเพื่อชดใช้กรรมที่ผมเคยก่อ นี่จะต้องนับเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน  ความเบื่อหน่ายไม่ใช่อะไรที่ผมจะทำตัวให้คุ้นชินได้เลย วันแต่ละวันดูเหมือนว่าจะน่าเบื่อมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผมว่านี่คงเป็นรูปแบบการหลับของผม ถ้าหากว่าการหลับหมายความถึงสภาวะเฉื่อยที่คั่นกลางระหว่างช่วงเวลาที่ตื่นตัว

ผมจ้องมองรอยร้าวบนผนังปูนของโรงอาหารตรงมุมที่ไกลออกไป จินตนาการลวดลายที่ไม่มีอยู่ตรงนั้นจริง ๆ นี่เป็นวิธีเดียวที่ผมจะปิดกั้นเสียงอื้ออึงที่หลั่งไหลเข้าในหัวผมมาราวกับกระแสน้ำออกไปได้

ผมเพิกเฉยต่อเสียงเป็นร้อย ๆ เหล่านี้ด้วยความเบื่อหน่าย

ถ้าพูดถึงจิตใจของมนุษย์ ผมเคยได้ยินมาหมดแล้วทั้งนั้น วันนี้ทุกความคิดดูจะหมกมุ่นอยู่กับความตื่นเต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีนักเรียนใหม่มาช่วยเพิ่มจำนวนนักเรียนอันน้อยนิดของที่นี่  ไม่ยากเลยที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับคนพวกนี้  ผมเห็นใบหน้าเด็กใหม่ผุดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจากทุกมุมมองในความคิดแล้วความคิดเล่า  ก็แค่เด็กผู้หญิงมนุษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง   การย้ายมาของเธอสร้างความตื่นเต้นได้ไม่ผิดคาด  ไม่ต่างจากการยื่นของเล่นที่เปล่งประกายระยิบระยับให้แก่เด็กเล็ก ๆ เลย ครึ่งหนึ่งของพวกนักเรียนชายพากันจินตนาการว่าได้รักกับเธอไปแล้ว แค่เพียงเพราะเธอเป็นสิ่งใหม่ให้เชยชมแค่นั้นเอง ผมพยายามมากว่าเดิมที่จะปิดกั้นเสียงความคิดพวกนี้ออกไป

มีเพียงสี่เสียงเท่านั้นที่ผมปิดกั้นไม่ยอมฟังด้วยมารยาท ไม่ใช่ด้วยความรังกียจ นั่นคือเสียงของครอบครัวผม น้องชายสองคนและน้องสาวสองคน ผู้ที่เคยชินกับการถูกล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวเมื่อผมอยู่ใกล้เป็นอย่างดีจนเลิกที่จะใส่ใจไปแล้ว  ผมพยายามที่จะให้ความเป็นส่วนตัวที่ผมพอจะให้ได้ พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ฟังเท่าที่ผมจะทำได้

แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน... ผมก็ได้ยินอยู่ดี

โรซาลีกำลังคิดถึงเรื่องตัวเอง.. อย่างเคย เธอมองเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนจากแว่นตาของใครบางคนและกำลังชื่นชมกับความงามสมบูรณ์แบบของตัวเอง จิตใจของโรซาลีเปรียบเสมือนบ่อน้ำตื้นเขินจนแทบจะไม่มีอะไรให้ประหลาดใจ  เอ็มเม็ทกำลังขุ่นเคืองเรื่องที่เล่นมวยปล้ำแพ้เจสเปอร์เมื่อคืนนี้  เขาต้องใช้ความอดทนที่เขามีอยู่เพียงน้อยนิดแทบทั้งหมดในการอดกลั้นให้ถึงเวลาเลิกเรียนเพื่อจะได้แก้มืออีกครั้ง  ผมไม่เคยรู้สึกว่ารุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเอ็มเม็ทเลยเวลาที่ฟังความคิดของเขา เพราะว่าเขามักจะพูดแทบทุกอย่างที่เขาคิด หรือไม่ก็แสดงออกมาเป็นการกระทำเลย  บางทีผมอาจแค่รู้สึกผิดที่อ่านความคิดคนอื่นเพียงเพราะผมรู้ว่ามีสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้ผมรับรู้  หากจิตใจของโรซาลีเป็นสระน้ำที่ตื้นเขิน เช่นนั้นจิตใจของเอ็มเม็ทก็คงเปรียบเสมือนทะเลสาบกว้างใหญ่ใสแจ๋วที่ปราศจากเงื้อมเงาใด ๆ

ส่วนแจสเปอร์... กำลังทุกข์ทรมาน  ผมพยายามข่มเสียงถอนหายใจ

เอ็ดเวิร์ด อลิซเรียกชื่อผมในหัวเธอและดึงดูดความสนใจของผมไปได้ในทันใด

มันก็เหมือนกับการเรียกชื่อผมออกมาดัง ๆ นั่นล่ะ  ผมดีใจที่ชื่อของผมชักจะเชยไปแล้วช่วงหลังมานี้  เพราะมันน่ารำคาญอยู่เหมือนกันเวลามีใครคิดชื่อเอ็ดเวิร์ดขึ้นมาแล้วผมก็จะหันไปโดยอัตโนมัติ

แต่ตอนนี้ผมไม่ได้หันหน้าไป อลิซกับผมค่อนข้างเก่งในการคุยกันแบบลับ ๆ นี้ แทบจะไม่เคยมีใครจับเราได้เลย ผมยังจ้องเขม็งอยู่ที่ลายแตกบนผนังปูน

เขาเป็นยังไงบ้าง? เธอถามผม

ผมนิ่วหน้า ปากผมขยับเพียงเล็กน้อย คนอื่น ๆ ไม่ทราบเลยว่าผมกำลังทำอะไร มันอาจดูเหมือนว่าผมนิ่วหน้าเพราะความเบื่อเท่านั้นเอง

เสียงในหัวของอลิซเริ่มตื่นตระหนกแล้วตอนนี้ ผมเห็นภาพในหัวเธอว่าเธอกำลังลอบมองแจสเปอร์ทางหางตา จะมีอันตรายอะไรไหม? เธอมองล่วงหน้าไปในอนาคต ดูภาพซ้ำไปซ้ำมาเพื่อหาสาเหตุของการนิ่วหน้าของผม

ผมหันหน้าช้า ๆ ไปทางซ้ายมือ ทำประหนึ่งจ้องมองก้อนอิฐบนผนัง ถอนหายใจแล้วหันหน้าไปทางขวากลับไปมองรอยร้าวบนผนังปูนอีก มีแค่อลิซเท่านั้นที่รู้ว่าผมกำลังส่ายหน้า

เธอโล่งใจ บอกให้ฉันรู้ด้วยนะ ถ้ามันเกิดแย่จนเกินไป

ผมขยับแค่ลูกตา กลอกขึ้นมองบนเพดานแล้วมองกลับลงมา

ขอบคุณนะที่ช่วย

ผมนึกดีใจที่ไม่ต้องตอบเธอออกไป จะให้ผมพูดยังไงล่ะ ด้วยความยินดีหรือ? ไม่ใช่แน่ มันไม่สนุกสักนิดที่ต้องทนฟังแจสเปอร์ทุรนทุราย  มันจำเป็นจริง ๆ นะหรือที่ต้องทดลองแบบนี้  ไม่ใช่ว่าทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการยอมรับว่าเขาอาจจะไม่มีวันรับมือกับความกระหายในแบบที่พวกเราคนอื่นทำได้แล้วก็พยายามที่จะไม่บีบคั้นเขามากจนเกินไปหรอกหรือ? ทำไมต้องไปล่อให้หายนะเกิดด้วยนะ

แจสเปอร์เป็นตัวอันตรายอย่างยิ่งยวดในตอนนี้

ในตอนนั้นเอง เด็กสาวร่างเล็กคนหนึ่งเดินมาหยุดคุยกับเพื่อนตรงโต๊ะที่ใกล้กับโต๊ะของพวกเราที่สุด เธอสะบัดผมและใช้นิ้วสางผมสั้นสีทรายของเธอ เครื่องทำความร้อนพัดกลิ่นของเธอให้ฟุ้งมายังทิศที่เราอยู่พอดี ผมเคยชินเสียแล้วกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นต่อกลิ่นแบบนี้ ความเจ็บปวดบีบเค้นในลำคอ ความอยากในท้องที่ยากจะเติมเต็ม กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยอัตโนมัติ พิษไหลเวียนทั่วปาก

ทั้งหมดเป็นอาการปกติและง่ายที่จะเพิกเฉยเสีย  แต่ตอนนี้มันยากยิ่งกว่าเดิมเมื่อผมต้องเฝ้ามองปฏิกิริยาของแจสเปอร์ด้วย ความรู้สึกรุนแรงขึ้น เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี ความกระหายของสองคน ไม่ใช่แค่ของผมคนเดียว

แจสเปอร์กำลังปล่อยให้จินตนาการเตลิดหลุดลอย  เขากำลังสร้างมโนภาพ วาดภาพตัวเองลุกจากที่นั่งที่เขานั่งติดกับอลิซไปยืนเคียงเด็กสาวผู้นั้น นึกภาพตัวเองกำลังก้มต่ำลงไปราวกับจะกระซิบที่ข้างหูเธอ แล้วปล่อยให้ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับส่วนโค้งของลำคอเด็กสาว นึกภาพว่าเลือดที่สูบฉีดอยู่ในเส้นเลือดใต้ผิวหนังละเอียดอ่อนที่เขารู้สึกได้ผ่านริมฝีปากนั้นจะอุ่นเพียงใด...

ผมเตะเก้าอี้ของเขา

เขาจ้องหน้าผมครู่หนึ่งแล้วหลุบมองต่ำ ผมได้ยินเสียงความละอายใจกำลังต่อสู้กับความรู้สึกต่อต้านในหัวเขา

ขอโทษ เขาพึมพำ

ผมยักไหล่

เธอจะไม่ทำอะไรหรอกจ้ะ อลิซบอกเขาเบา ๆ พยายามปลอบเพื่อบรรเทาความรู้สึกละอายของเขา ฉันมองเห็นภาพนะ

ผมพยายามซ่อนสีหน้าไม่ชอบใจเพื่อที่จะช่วยให้อลิซโกหกได้แนบเนียนขึ้น ผมกับอลิซต้องสนิทกันไว้ การได้ยินเสียงความคิดกับการมองเห็นอนาคตนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จากที่เป็นตัวประหลาดกันอยู่แล้วนี่ยิ่งทำให้เราสองคนประหลาดหนักขึ้นไปอีก ผมและเธอ เราจึงช่วยรักษาความลับของกันและกัน

มันจะช่วยได้นิดหน่อยถ้าเธอคิดว่าพวกนี้ก็เป็นคนๆ หนึ่ง อลิซแนะนำ น้ำเสียงสูงกังวานราวกับเสียงดนตรีของเธอพูดรัวเร็วเกินกว่าที่หูมนุษย์ธรรมดาจะจับความได้แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในระยะใกล้พอที่จะได้ยินก็ตาม เธอชื่อวิธนีย์ เธอมีน้องสาวเล็ก ๆ ที่เธอรักมาก  แม่ของเธอเคยชวนเอสเมไปร่วมงานเลี้ยงในสวนนั่นด้วย จำได้ไหม?

ผมรู้น่าว่าเธอเป็นใคร แจสเปอร์ตอบห้วน ๆ เขาเบือนหน้าหนีแล้วจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างบานเล็กที่อยู่ใกล้เพดาน น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่อยากจะสนทนาต่อ


 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณค่าที่มาแปลให้อ่านกัน

#1 By Jan (203.155.225.176) on 2009-08-16 02:15

รู้สึกว่าการแปลมันยังแข็งๆอยู่นิดนึงค่ะ
แบบว่าถ้าคนไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อนก็คงจะเข้าใจยากนิดนึง
แต่สำหรับอาย อายว่าสนุกดีค่ะ

#2 By อายเองค่ะ (113.53.109.249) on 2009-08-16 12:42

คิดว่า OK.นะค่ะเพราะเป็นการแปลในแบบของเอ็ดเวิร์ด สนุกดีค่ะ จะตามอ่านนะ

#3 By nok (125.27.213.60) on 2009-08-30 10:06

แทงยู

#4 By som (58.8.185.3) on 2009-09-04 16:56

ขอขอบคุณคนอ่านทุกคนค่ะ ที่สละเวลามาอ่านแล้วยังมีน้ำใจมาทิ้งคอมเม้นท์ไว้เป็นกำลังใจให้กับคนแปลอีก
รู้ว่ามีคนมาอ่านแล้ว ต่อไปก็คงจะเร่งแปลแล้วล่ะค่ะ
คุณ Jan : ขอบคุณเช่นกันค่ะที่มาอ่าน
อาย : เข้ามาอ่านบ่อย ๆ นะจ๊ะ แล้วอย่าลืมทิ้งคำแนะนำดี ๆ ไว้ให้พี่อ่านอีกนะ
คุณ Nok: ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่ะ ทำให้มีกำลังใจขึ้นอีกเยอะ
คุณ Som: ยูอาร์เวลคัม ค่ะ

#5 By Bantiful on 2009-09-10 17:06

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า....เก่งว่ะ...

ในฐานะผู้ที่ไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน ย่อมงงบ้างเป็นธรรมดา แต่ถ้าให้วิจารณ์ ก็คงเรื่องมีแข็งๆบ้างในช่วงแรก แต่ค่อยๆนุ่มนวลขึ้นในตอนกลางจนท้าย คิดว่ายิ่งแปลน่าจะยิ่งดีขึ้นนะ

(แกน่าจะมาถูกแนวแล้วนะเนี่ย)

#6 By noinah (202.151.4.21) on 2009-10-01 09:49

thank you ว่ะที่สละเวลามาอ่าน
เรื่องแปลแล้วมันฟังแข็ง ๆ นี่ก็จนใจเหมือนกัน เพราะถ้าใส่คำเพิ่มเข้าไปเกินกว่าที่ต้นฉบับมีมันก็จะกลายเป็นว่าแปลเกินไปเสียนี่ ตอนแปลนี่ต้องระวังจัดเลยนะ ห้ามแปลขาดแปลเกิน (อาจารย์สอนมา) แต่ต้องให้เนื้อหาและรสชาติใกล้เคียวต้นฉบับที่สุด หินมาก อ่านหนังสือแปลมาเป็นร้อยไม่คิดว่ามันจะยากอย่างนี้
เดี๋ยวตอนต่อไปจะพยายามแปลให้เนื้อหามันลื่นไหลกว่านี้ละกันนะแก
ขอบคุณอีกครั้งที่แวะมาอ่าน และฝากโฆษณาด้วยนะ

#7 By Bantiful on 2009-10-02 13:35

สู้ๆนะครับเอาใจช่วย ว่างๆไปเที่ยวบล๊อค ผมบ้าง^^

#8 By Beam Magic on 2009-10-03 22:14