Midnight Sun: Chapter 1 (ตอนที่ 3/6)
posted on 11 Aug 2009 01:44 by bantifulแปล Midnight Sun "สุริยาในราตรี"
บทที่ 1 (ตอนที่ 3/6)
เธอไม่ได้ทำให้มันง่ายขึ้นเลยสำหรับผม เมื่อเธออ่านสีหน้าของผมเลือดก็เริ่มสูบฉีดมาที่แก้มของเธออีกครั้ง มันยิ่งทำให้ผิวของเธอเปลี่ยนเป็นสีที่ยั่วน้ำลายมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา กลิ่นของเธออบอวลราวกับหมอกที่ปกคลุมอยู่ในหัวของผม ทำให้ผมแทบจะคิดอะไรไม่ออก ความคิดของผมพุ่งพล่าน จนควบคุมไม่ได้ และไม่ปะติดปะต่อ
เธอเร่งฝีเท้าขึ้นราวกับตระหนักขึ้นได้ว่าจะต้องหนีไปให้ห่าง ความรีบเร่งทำให้เธองุ่มง่าม เธอสะดุดและหกล้มจนเกือบชนเด็กผู้หญิงที่นั่งข้างหน้าผม ช่างเปราะบางและอ่อนแอ ยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไปเสียด้วยซ้ำ
ผมพยายามจะเพ่งสมาธิไปยังใบหน้าที่ผมมองเห็นในดวงตาของเธอ ใบหน้าที่ผมนึกถึงด้วยความรู้สึกขยะแขยง ใบหน้าของปีศาจที่อยู่ในตัวผม ใบหน้าที่ผมกักขังไว้ด้วยความพยายามและความมีวินัยอย่างเคร่งครัดตลอดหลายสิบปี แต่บัดนี้เจ้าปีศาจร้ายมันช่างโผล่ออกมาได้อย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน
กลิ่นของเธอฟุ้งอบอวลรอบตัวผมอีกครั้ง ทำให้ความคิดของผมกระเจิง และทำเอาผมแทบตกจากเก้าอี้
ไม่นะ
มือผมยึดขอบโต๊ะไว้แน่นเพื่อพยายามตรึงตัวเองไว้กับที่นั่ง แผ่นไม้ไม่แข็งแรงพอที่จะรับมือผมได้ มือผมกดลงไปจนถึงคานใต้โต๊ะจนเศษชิ้นไม้หลุดติดมือออกมาด้วย และทิ้งรอยกดเป็นรูปนิ้วมือผมอยู่บนเนื้อไม้ส่วนที่เหลือ
ทำลายหลักฐานเสีย ถือเป็นกฎพื้นฐาน ผมใช้ปลายนิ้วบดเกลี่ยขอบโต๊ะตรงที่มีรอยนิ้วของผมอย่างรวดเร็ว จนดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรนอกจากหลุมขรุขระกับเศษขี้เลื่อยบนพื้นซึ่งผมใช้เท้าเขี่ยทิ้งอีกที
ทำลายหลักฐาน สิ่งที่ตามมาคือความเสียหายข้างเคียงที่เกิดขึ้น...
ผมรู้ว่าอะไรจะต้องเกิดขึ้นต่อจากนี้ เธอจะต้องมานั่งข้างผม และผมก็จะต้องฆ่าเธอเสีย
ผู้บริสุทธิ์ที่เห็นเหตุการณ์ในห้องเรียนนี้ เด็กสิบแปดคนและชายอีกหนึ่งคน จะไม่มีโอกาสได้ออกไปจากห้องนี้ เมื่อพวกเขาได้รู้เห็นในสิ่งที่กำลังจะ เกิดขึ้นในไม่ช้า
ผมหวาดผวาเมื่อนึกถึงสิ่งที่ผมจะต้องลงมือทำ แม่แต่ในช่วงที่เลวร้ายที่สุดของชีวิตผมก็ไม่เคยทำสิ่งที่โหดร้ายเช่นนี้ ผมไม่เคยเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยเลยกว่าแปดทศวรรษมานี้ แต่ในตอนนี้ผมวางแผนที่จะสังหารยี่สิบชีวิตทั้งหมดในคราวเดียว
ภาพใบหน้าของปีศาจร้ายในกระจกยิ้มเยาะผม
แม้ว่าบางส่วนในตัวผมจะขัดขืนถอยห่างจากเจ้าปีศาจ แต่อีกส่วนกลับกำลังวางแผนชั่วร้ายไปด้วย
ถ้าผมฆ่าหญิงสาวก่อน ผมคงจะมีเวลาเพียงสิบห้าหรือยี่สิบวินาทีในการจัดการกับเธอก่อนที่มนุษย์คนอื่นในห้องจะเริ่มมีปฏิกิริยา หรืออาจจะนานกว่านั้นหากในตอนแรกพวกเขาไม่ทันรู้ว่าผมกำลังทำอะไร เธอจะไม่มีเวลาพอที่จะส่งเสียงร้องหรือรับรู้ความเจ็บปวด ผมจะไม่สังหารเธออย่างโหดร้าย นั่นเป็นสิ่งที่ผมพอจะให้ได้กับคนแปลกหน้าผู้มีเลือดอันหอมหวานเย้ายวนคนนี้
แต่ถ้าเช่นนั้น ผมก็คงต้องหยุดพวกเขาไม่ให้หลบหนี ผมคงไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าต่างเพราะมันเล็กและอยู่สูงเกินกว่าที่ใครจะใช้หนีได้ แค่ประตูเท่านั้น พอปิดมันเสียทุกคนก็เหมือนติดกับ
มันจะช้าและยากเย็นกว่ามากหากจะพยายามจัดการพวกคนนี้ทั้งหมดในขณะที่พวกเขากำลังตื่นตระหนก วิ่งสะเปะสะปะด้วยความสับสนอลหม่าน ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว แต่คงจะมีเสียงดังไม่ใช่น้อย เมื่อใช้เวลามากก็มีเวลาให้กรีดร้องมากขึ้น จะต้องมีคนได้ยิน และผมก็คงจำต้องฆ่าคนบริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้นอีกในชั่วโมงอันมืดหม่นนี้
และกว่าผมจะฆ่าคนเหล่านี้หมด เลือดของเธอก็คงจะเย็นชืดแล้ว
กลิ่นของเธอกำลังเข่นเฆี่ยนผม บีบเค้นลำคอผมด้วยความเจ็บปวดอันแห้งผาก
เช่นนั้นก็คงต้องฆ่าพยานผู้รู้เห็นก่อน
ผมร่างแผนการขึ้นในหัว ผมอยู่ตรงกลางของห้องเรียนและเป็นแถวที่อยู่หลังสุด ผมจะจัดการกับฝั่งขวาของผมก่อน ผมคาดว่าคงจะหักคอพวกเขาได้วินาทีละสี่หรือห้าคน และคงจะไม่ทำเสียงดังมากนัก ฝั่งขวานับเป็นฝั่งที่โชคดี เพราะพวกเขาจะไม่เห็นผมรุกเข้าหา ขยับต่อไปด้านหน้าแล้วค่อยกลับมาด้านหลังของฝั่งซ้าย คงจะกินเวลาอย่างมากก็ห้าวินาทีที่จะคร่าทุกชีวิตในห้องนี้
คงนานพอที่เบลล่า สวอนจะเห็นในเวลาสั้น ๆ ว่าเธอกำลังจะเจอกับอะไร นานพอที่จะทำให้เธอรู้สึกกลัว หรือบางทีอาจจะนานพอที่เธอจะส่งเสียงร้องหากว่าความตกใจกลัวไม่ทำให้เธอตัวแข็งทื่อไปเสียก่อน แต่คงเป็นเสียงร้องเบา ๆ ที่ไม่พอจะทำให้ใครวิ่งแตกตื่นมาดู
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ และกลิ่นของเธอพุ่งผ่านเส้นเลือดอันแห้งผากของผมราวกับไฟ เพลิงแผดเผาในทรวงอกผม เผาไหม้แรงผลักดันอันดีงามที่ผมเคยมีเป็นจุณ
เธอกำลังหันตัวกลับมา ในอีกไม่กี่วินาทีเธอก็จะนั่งห่างจากผมไปเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น
ปีศาจร้ายในตัวผมฉีกยิ้มรออย่างใจจดใจจ่อ
ใครบางคนที่อยู่ทางซ้ายมือของผมกระแทกปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรง ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองว่ามนุษย์ชะตาขาดคนไหนเป็นคนทำ แต่การกระทำนั้นส่งกระแสอากาศสะอาดที่ไม่มีกลิ่นใด ๆ เจืออยู่พัดผ่านใบหน้าผมพอดี
ในวินาทีสั้น ๆ นั้น ผมสามารถคิดได้อย่างปลอดโปร่งอีกครั้ง และในวินาทีที่มีค่านั้นเองผมนึกเห็นภาพใบหน้าของคนสองคนเคียงข้างกัน ใบหน้าหนึ่งคือใบหน้าของผมเอง หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือใบหน้าที่เคยเป็นของผม ปีศาจร้ายดวงตาแดงก่ำที่ฆ่าคนมามากมายจนนับไม่ถ้วน การฆ่าที่มีเหตุผลอันสมควร ผมคือผู้สังหารเหล่าฆาตกร ผู้สังหารปีศาจตนอื่นที่อ่อนแอกว่า ผมรู้ว่ามันเป็นอาการของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าที่ไปตัดสินว่าใครสมควรได้รับโทษประหาร นี่เป็นการประนีประนอมกับตัวเอง ผมดื่มเลือดมนุษย์ก็แต่เฉพาะพวกที่แทบจะไม่เรียกว่ามนุษย์แล้วเท่านั้น เหยื่อของผมเมื่อพิจารณากรรมชั่วทั้งหลายที่พวกมันเคยก่อก็เรียกได้ว่าแทบจะไม่เหลือความเป็นมนุษย์มากไปกว่าผมมากนัก
อีกใบหน้าหนึ่งคือหน้าของคาร์ไลล์
แทบจะไม่มีเค้าความเหมือนในใบหน้าทั้งสองนี้เลย กลางวันอันสว่างไสว และรัตติกาลอันแสนดำมืด
ไม่มีเหตุผลอันใดที่ใบหน้าทั้งสองควรจะละม้ายคล้ายคลึงกัน คาร์ไลล์ไม่ใช่พ่อของผมโดยสายเลือด เราไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกัน ความเหมือนของสีผิวเป็นเพียงผลพวงของสิ่งที่เราเป็น แวมไพร์ทุกตนมีผิวขาวซีดและเย็นเฉียบ แต่ความเหมือนของสีดวงตานั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือผลสะท้อนของทางเลือกที่เราเลือกเหมือนกัน
ถึงแม้โดยรูปลักษณ์ทั่วไปแล้วเราไม่มีอะไรที่คล้ายคลึงกัน ผมก็จินตนาการเอาว่าใบหน้าของผมนั้นเริ่มสะท้อนใบหน้าของคาร์ไลล์มากขึ้นในระดับหนึ่ง ตลอดระยะเวลากว่าเจ็ดสิบปีที่ผมอ้าแขนโอบรับเอาทางเลือกและเดินตามวิถีของคาร์ไลล์ แม้ว่ารูปลักษณ์ของผมจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนว่าบางส่วนของความหลักแหลมของคาร์ไลล์ได้ปรากฏออกมาในสีหน้าของผม ส่วนเล็ก ๆ ของความเห็นอกเห็นใจของเขามองเห็นได้ในรูปริมฝีปากของผม และร่องรอยความอดทนของเขาก็ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่บนคิ้วของผม
สิ่งดี ๆ เล็กๆน้อยๆ เหล่านี้ ได้มลายหายไปหมดสิ้นในใบหน้าของปิศาจร้ายตนนั้น ในอีกไม่ถึงอึดใจ จะไม่เหลือสิ่งใดในตัวผมที่สามารถสะท้อนถึงวันเวลาอันยาวนานที่ผมได้ใช้ร่วมกับผู้ที่สร้างผม ผู้ที่คอยให้คำปรึกษา และผู้ที่เป็นพ่อของผมในทุกแง่ที่จะเป็นได้ ดวงตาของผมจะเป็นสีแดงก่ำดุจดวงตาปีศาจร้าย และทุกอย่างที่ผมเหมือนคาร์ไลล์ ก็จะสูญหายไปตลอดกาล
ภาพในความคิดผมนั้นสายตาอ่อนโยนอันเปี่ยมความกรุณาของคาร์ไลล์ไม่ได้กล่าวโทษหรือพิพากษาผม ผมรู้ว่าคาร์ไลล์จะยกโทษให้แก่การกระทำอันเลวร้ายที่ผมกำลังจะทำอยู่นี้ เพราะว่าคาร์ไลล์รักผม และเพราะว่าเขาเชื่อว่าผมดีกว่าที่ผมเป็นอยู่จริง และเขาก็จะยังรักผมแม้ว่าตอนนี้ผมได้พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่เขาเชื่อนั้นผิดมหันต์

#1 By ™★ TEQUILA on 2009-08-25 18:31