Midnight Sun: Chapter 1 (ตอนที่ 4/6)
posted on 10 Sep 2009 16:42 by bantiful
แปล Midnight Sun : สุริยาในราตรี
บทที่ 1 (ตอนที่ 4/6)
เบลล่า สวอนนั่งลงบนเก้าอี้ถัดจากผมด้วยท่าทางเกร็งและขัดเขิน ...อาจจะด้วยความกลัว? กลิ่นเลือดของเธอยังคงคุกรุ่นฟุ้งเป็นม่านหมอกปกคลุมรอบ ๆ ตัวผม ผมกำลังจะพิสูจน์ว่าพ่อของผมนั้นคิดผิดถนัดเกี่ยวกับตัวผม ความจริงอันแสนเศร้านี้ช่างเจ็บปวดไม่ต่างจากเปลวไฟที่กำลังแผดเผาลำคอผมอยู่ในขณะนี้เลย
ผมเอนตัวห่างจากเธอด้วยความรังเกียจ ...รังเกียจเจ้าปิศาจร้ายที่กระหายจะปลิดชีวิตเธอ ทำไมเธอจะต้องมาที่นี่ด้วย? ทำไมเธอจะต้องมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ด้วย? ทำไมเธอจะต้องมาทำลายความสงบสุขอันน้อยนิดในชีวิตที่แทบจะไม่เรียกว่าชีวิตของผม? ทำไมมนุษย์ที่น่าโมโหผู้นี้จะต้องเกิดมาด้วย? เธอจะทำลายชีวิตผมจนพังพินาศ
ผมเบือนหน้าหนีจากเธอในขณะที่คลื่นความเกลียดชังเดือดดาลโดยไร้เหตุผลถาโถมเข้าใส่ตัวผม
สิ่งมีชีวิตผู้นี้เป็นใครกัน? ทำไมต้องเป็นผม? ทำไมต้องเป็นตอนนี้? ทำไมผมต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปเพียงเพราะเธอบังเอิญเลือกที่จะมาปรากฏตัวในเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครอยากมาอยู่นี่ด้วย?
ทำไมเธอจะต้องมาที่นี่!
ผมไม่ต้องการที่จะกลายเป็นปิศาจร้าย ผมไม่ได้อยากจะคร่าชีวิตเด็ก ๆ ผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ในห้องนี้
ผมไม่ปรารถนาที่จะสูญเสียทุก ๆ สิ่งที่ผมได้มาจากความเสียสละและการปฏิเสธธรรมชาติของตัวเองมาทั้งชีวิต
ผมไม่ยอมหรอก เธอจะมาทำให้ผมเป็นเช่นนั้นไม่ได้
แต่กลิ่นคือปัญหา ...กลิ่นเลือดหอมหวานอันแสนเย้ายวนของเธอ ถ้ามีทางไหนที่ผมพอจะต้านทานมันได้ ...ขอแค่อากาศบริสุทธิ์สักเฮือกให้สมองของผมคิดได้อย่างปลอดโปร่งอีกครั้ง
เบลล่า สวอน สะบัดเรือนผมยาวหนาสีมะฮ็อกกานีของเธอมาทางผม
นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง? นี่เท่ากับว่าเธอกำลังเชื้อเชิญเจ้าปิศาจร้ายเลยนะ! บีบเค้นและทรมานมัน
ไม่มีลมพัดให้กลิ่นของเธอจางไปจากรอบตัวผมเลยแม้แต่น้อย ความอดทนของผมกำลังมลายสิ้น
ไม่เลย... ไม่มีสายลมใดที่จะมาช่วย แต่ผมไม่จำเป็นต้องหายใจ
ผมหยุดการไหลของกระแสอากาศเข้าสู่ปอด ผมรู้สึกดีขึ้นในฉับพลัน แม้จะยังไม่ดีขึ้นโดยสมบูรณ์ เพราะผมยังคงจดจำกลิ่นของเธอได้ รสชาติที่ยังคงติดอยู่ที่โคนลิ้น แม้จะเป็นเพียงความทรงจำแต่ผมคงจะไม่สามารถต่อต้านมันได้นานนัก แต่บางทีผมน่าจะอดทนได้สักชั่วโมง ...แค่หนึ่งชั่วโมง แค่เพียงพอที่จะสามารถออกไปจากห้องที่เต็มไปด้วยเหยื่อนี้ได้ เหยื่อที่อาจจะไม่ต้องกลายเป็นเหยื่อถ้าหากว่าผมสามารถอดกลั้นให้ผ่านหนึ่งชั่วโมงสั้น ๆ นี้ไปได้
การกลั้นหายใจเป็นความรู้สึกที่แสนจะอึดอัด แม้ว่าร่างกายของผมจะไม่ต้องการออกซิเจน แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังขัดกับสัญชาตญาณ เพราะในสภาวะเครียดผมจะพึ่งพาประสาทการดมกลิ่นมากกว่าประสาทสัมผัสอื่น ๆ มันเป็นสิ่งนำทางผมในยามที่ออกล่า และเป็นสัญญาณเตือนด่านแรกในยามที่มีภัย แม้จะไม่บ่อยนักที่ผมจะได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่อันตรายพอ ๆ กับตนเอง แต่สัญชาตญาณการป้องกันตัวเองในหมู่พวกเราก็รุนแรงไม่แพ้กับในพวกมนุษย์ทั่วไป
แม้ว่าจะน่าอึดอัดอยู่บ้าง แต่ก็พอจะจัดการได้ พอจะรับมือไหว ซึ่งดีกว่าการต้องทนดมกลิ่นเธอแล้วต้องห้ามใจไม่ให้ฝังคมเขี้ยวผ่านผิวบางละเอียดโปร่งใสไปยังเลือดอุ่น ๆ ...
ชั่วโมงเดียว! แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ผมจะต้องไม่นึกถึงกลิ่นและรสชาตินั่น
หญิงสาวผู้เงียบเชียบปล่อยผมของเธอลงมากั้นระหว่างเรา เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อให้ผมสยายไปบนแฟ้มเอกสาร ผมมองไม่เห็นใบหน้าของเธอจึงไม่สามารถอ่านความรู้สึกในดวงตาชัดใสแต่ลึกลับคู่นั้นได้ หรือนี่คือเหตุผลที่เธอปล่อยม่านผมของเธอมากั้นกลางระหว่างเรา? เพื่อที่จะซ่อนดวงตาคู่นั้นจากผม? เพราะเธอกลัว? หรือเพราะเธออาย? หรือเธอต้องการจะปิดบังความลับของเธอจากผม?
ความหงุดหงิดจากความประหลาดใจอันเกิดจากความคิดที่เงียบงันของเธอที่ผมมีก่อนหน้านี้เทียบไม่ได้เลยกับความอยากและความเกลียดชังที่ครอบงำผมอยู่ขณะนี้ ด้วยผมเกลียดเด็กผู้หญิงแสนบอบบางที่นั่งข้างผมผู้นี้ ผมเกลียดเธอด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี ด้วยความพยายามที่ผมจะคงความเป็นตัวตนของผมดังเดิม ด้วยความรักที่ผมมีต่อครอบครัวของผม ด้วยความฝันที่ผมหมายจะเป็นในสิ่งที่ดีงามกว่าที่เป็น ผมเกลียดเธอและเกลียดที่เธอทำให้ผมรู้สึกเช่นนี้ พอคิดอย่างนี้แล้วมันก็ช่วยได้นิดหน่อย และแม้ว่าความขุ่นเคืองใจที่ผมมีก่อนหน้านี้จะไม่ใช่ความรู้สึกที่รุนแรงแต่มันก็ช่วยผมได้เล็กน้อยเช่นกัน ความรู้สึกอะไรก็ได้ทั้งนั้นที่จะสามารถดึงความสนใจผมไปจากการจินตนาการว่าเธอจะมีรสชาติเช่นไร...
ความเกลียดชังและความหงุดหงิด ความจวนเจียนจะทนไม่ไหว เวลาหนึ่งชั่วโมงจะไม่มีทางผ่านไปเลยหรืออย่างไร?
และเมื่อหนึ่งชั่วโมงจบลง... เธอก็คงจะเดินออกไปจากห้องนี้ แล้วผมจะทำอะไรล่ะ?
ผมอาจจะแนะนำตัวเอง สวัสดีครับ ผมชื่อเอ็ดเวิร์ด คัลเลน ให้ผมเดินไปส่งคุณที่ห้องเรียนวิชาต่อไปได้ไหมครับ? เธอคงตอบตกลง เพราะนั่นเป็นมารยาทที่พึงกระทำ และถึงแม้ว่าจะรู้สึกหวาดกลัวผม (ซึ่งผมก็แน่ใจว่าเธอกลัวแน่) เธอก็คงจะยังพูดคุยตามมารยาทและยอมเดินไปกับผม น่าจะเป็นเรื่องง่ายที่จะพาเธอเดินไปอีกทาง มีแนวป่าที่ยื่นออกมาเป็นช่วง ๆ ราวกับนิ้วมือที่มุมหนึ่งด้านหลังลานจอดรถ ผมอาจจะแสร้งบอกเธอว่าผมลืมหนังสือไว้ในรถ... จะมีใครสังเกตเห็นไหมว่าผมเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเธอ? ฝนกำลังตกเหมือนปกติ คนใส่เสื้อกันฝนสีเข้มสองคนเดินไปผิดทิศผิดทางคงไม่สะดุดตามากนัก และคงไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นผม
เว้นแต่ว่าวันนี้ผมไม่ใช่คนเดียวที่สนใจในตัวเธอ (ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครหมกมุ่นในตัวเธอในแบบที่ผมเป็นก็ตาม) โดยเฉพาะเจ้าหนุ่มไมค์ นิวตันที่ให้ความสนใจในทุกอิริยาบถตลอดเวลาที่เธอขยับตัวขยุกขยิกในเก้าอี้เพราะรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องมานั่งข้างผม เหมือนอย่างที่ใคร ๆ ก็คงรู้สึก อย่างที่ผมคาดไว้ ก่อนที่ความเห็นอกเห็นใจของผมจะถูกลิ่นของเธอทำลายไปโดยสิ้น ไมค์ นิวตันจะต้องสังเกตเห็นแน่ถ้าเธอออกจากห้องเรียนไปพร้อมกับผม
ถ้าผมสามารถทนได้หนึ่งชั่วโมง ผมจะสามารถทนได้ถึงสองชั่วโมงไหมนะ?
ผมรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผา
เธอจะกลับไปยังบ้านที่ว่างเปล่า สารวัตรสวอนทำงานเต็มวัน ผมรู้จักบ้านของเขาดีเหมือนกับที่ผมรู้จักบ้านทุกหลังในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ บ้านของเขาตั้งอยู่ติดชายป่าหนาทึบและไม่มีเพื่อนบ้านใกล้เคียง และถึงเธอจะมีเวลาพอได้ส่งเสียงร้อง (ซึ่งเธอคงจะไม่มีเวลาแน่) ก็คงจะไม่มีใครได้ยิน
นั่นน่าจะเป็นวิธีที่ดูมีความรับผิดชอบมากกว่าในการจัดการเรื่องนี้ ผมอยู่มาได้เจ็ดทศวรรษโดยไม่ต้องดื่มเลือดมนุษย์ ถ้าผมกลั้นหายใจเข้าไว้ผมน่าจะอดทนให้ผ่านสองชั่วโมงนี้ไปได้ และเมื่อผมได้อยู่กับเธอตามลำพังก็ไม่มีโอกาสที่คนอื่นจะต้องมาเจ็บตัวด้วย และก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องรีบเร่งในการดื่มด่ำกับประสบการณ์ครั้งนี้ เจ้าปีศาจร้ายในหัวผมเห็นพ้องด้วย
มันช่างเป็นการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองแบบข้าง ๆ คู ๆ ที่คิดว่าการช่วยรักษาชีวิตมนุษย์สิบเก้าคนด้วยความพยายามและความอดทนนี้จะช่วยให้ผมชั่วช้าน้อยลงเมื่อผมปลิดชีวิตหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ผู้นี้
แม้ผมจะเกลียดชังเธอแต่ผมก็รู้ว่าความเกลียดชังของผมนั้นไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ผมรู้ดีว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ผมชิงชังก็คือตัวของผมเอง และผมก็จะเกลียดตัวเองและเธอมากขึ้นไปอีกหากว่าเธอตายไปจริง ๆ
ผมผ่านพ้นหนึ่งชั่วโมงไปได้ด้วยการวาดจินตนาการว่าวิธีไหนจะเป็นทางที่ดีที่สุดในการปลิดชีวิตเธอ แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะนึกถึงการปฏิบัติจริง เพราะว่านั่นคงจะมากเกินไปสำหรับผม และผมก็อาจจะยอมแพ้ต่อความพยายามครั้งนี้และอาจจบลงด้วยการลงมือฆ่าทุกคนที่ผมเห็น ดังนั้นผมจึงแค่คิดวางแผนกลยุทธ์และไม่คิดอะไรนอกเหนือไปจากนั้น และนั่นก็ช่วยให้ผมผ่านพ้นชั่วโมงนี้ไปได้
ครั้งหนึ่ง เมื่อใกล้หมดชั่วโมง เธอลอบมองดูผมผ่านเรือนผมที่แผ่เป็นม่านของเธอ ผมรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังที่ไม่สมเหตุสมผลพุ่งพล่านขึ้นในตัวผมในขณะที่ผมประสานสายตากับเธอ ผมเห็นภาพสะท้อนของมันได้ในดวงตาที่ตื่นกลัวของเธอ สีเลือดระบายเรื่อที่แก้มของเธอก่อนที่เธอจะซ่อนใบหน้าไว้หลังเรือนผมของเธออีกครั้ง และผมแทบจะควบคุมตัวเองไม่ไหวอยู่แล้ว
แต่แล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น เข้าตำราได้ระฆังช่วยชีวิตไว้พอดี ระฆังช่วยเราไว้ทั้งคู่ ช่วยเธอจากความตาย และช่วยผมในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ให้กลายเป็นปีศาจในฝันร้ายที่ผมหวาดกลัวและชิงชัง