Midnight Sun: Chapter 2 (ตอนที่ 1/6)

posted on 04 Oct 2009 21:27 by bantiful

แปล Midnight Sun : สุริยาในราตรี 

 

 

 

 

บทที่ 2 หน้าหนังสือที่เปิดไว้

ตอนที่ 1/6  

ผมนั่งเอนหลังพิงกองหิมะปล่อยให้ละอองละเอียดเปลี่ยนรูปร่างไปตามน้ำหนักตัวผมที่กดทับ ผิวกายของผมเย็นเยียบเข้ากับอากาศรอบ ๆ ตัว  รู้สึกได้ถึงอณูน้ำแข็งเป็นธุลีเนียนนุ่มราวกับกำมะหยี่อยู่ภายใต้ผิวเนื้อ

ท้องฟ้าเบื้องบนไร้เมฆ ดาษดาไปด้วยดาวระยับ บ้างเปล่งประกายสีน้ำเงิน บ้างเปล่งประกายสีเหลืองกระจ่างตา ภาพดวงดาวมากมายทอแสงระยิบระยับ เกิดเป็นเลื่อมลายอลังการตัดกับผืนฟ้าสีดำสนิทช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ  และวิจิตรงดงาม หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ มันน่าจะเป็นภาพที่วิจิตรงดงาม  มันคงจะเป็นเช่นนั้น ถ้าหากว่าผมจะสามารถมองเห็นภาพนั้นได้จริง ๆ อย่างที่มันเป็น

อะไร ๆ ไม่ได้ดีขึ้นเลย หกวันผ่านไป หกวันที่ผมซ่อนตัวอยู่ในความรกร้างว่างเปล่าแห่งเดนาลี แต่ผมก็ไม่ได้เข้าใกล้ความเป็นอิสระไปมากกว่าวินาทีแรกที่ผมได้กลิ่นของเธอเลย

เมื่อผมจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ประดับประดาด้วยดวงดาวราวกับอัญมณี มันเหมือนกับว่ามีบางสิ่งขวางกั้นไม่ให้ดวงตาผมรับรู้ถึงความงดงามของมันได้  และสิ่งขวางกั้นนั้นก็คือใบหน้า ๆ หนึ่ง เพียงดวงหน้ามนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้มีความโดดเด่นใด ๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าผมจะไม่สามารถสลัดภาพใบหน้านั้นออกไปจากห้วงคำนึงได้เลย

ผมได้ยินเสียงความคิดที่ใกล้เข้ามาก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเจ้าของความคิดนั้น เสียงการเคลื่อนไหวนั้นบางเบาราวกับเสียงกระซิบท่ามกลางละอองหิมะ

ผมไม่ประหลาดใจเลยที่ธันยาตามผมมาที่นี่ ผมรู้ว่าเธอเฝ้าครุ่นคิดเรื่องที่จะคุยกับผมวันนี้มาได้หลายวันแล้ว และเธอก็พยายามยืดเวลาที่จะไม่พูดถึงมันจนกระทั่งเธอแน่ใจจริง ๆ ว่าเธอต้องการจะพูดอะไรกันแน่

เธอโผล่มาให้เห็นห่างออกไปราวหกสิบหลา เธอกระโดดขึ้นไปยืนบนยอดก้อนหินสีดำที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดินและยืนทรงตัวอยู่บนนั้นด้วยอุ้งเท้าที่เปลือยเปล่า

ผิวของธันยาเปล่งประกายสีเงินยวงภายใต้แสงดาว และผมยาวเป็นลอนสีบลอนด์ของเธอดูซีดจนเกือบออกชมพูคล้ายเจือด้วยประกายสตรอเบอร์รี่ ดวงตาสีอำพันของเธอเป็นประกายในขณะที่เธอมองสำรวจผมที่ครึ่งตัวแทบจะถูกฝังอยู่ในหิมะ แล้วริมฝีปากอิ่มของเธอก็แย้มออกเป็นรูปรอยยิ้มอย่างช้า ๆ

ความงดงามอันแสนวิจิตร ถ้าหากว่าผมจะสามารถมองเห็นเธอได้ในอย่างที่เธอเป็นนี้  ผมถอนหายใจ

เธอย่อตัวลงบนยอดโขดหิน ปลายนิ้วสัมผัวกับพื้นหินแข็ง และขดตัว

ลูกปืนใหญ่ เธอคิดในใจ

เธอกระโดดพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ  ร่างของเธอเห็นเป็นเพียงเงาสีดำในขณะที่เธอหมุนตัวอย่างสวยงามอยู่ระหว่างผมกับหมู่ดวงดาว  เธอขดตัวเป็นก้อนกลมเมื่อเธอพุ่งเข้าปะทะกองหิมะข้าง ๆ ผมพอดี

ราวกับมีพายุหิมะพัดกระจายรอบตัวผม บดบังแสงดวงดาวและผมก็ถูกฝังลึกอยู่ในกองผลึกน้ำแข็งที่ละเอียดบางเบาราวขนนก

ผมถอนหายใจอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พยายามที่จะตะกายออกมาจากกองหิมะ  ความมืดมิดใต้กองหิมะก็ไม่ได้ทำให้การมองเห็นของผมดีขึ้นหรือแย่ลงแต่ประการใด  ผมยังคงมองเห็นแต่ใบหน้าเดิม

เอ็ดเวิร์ด? เกล็ดหิมะปลิวว่อนอีกครั้งเมื่อธันยาพยายามขุดช่วยผมขึ้นมา  เธอปัดเศษละอองออกจากใบหน้าที่เฉยชาของผมโดยที่ไม่ได้สบตาผม

ขอโทษค่ะ เธอพึมพำ เป็นแค่มุขตลกน่ะ

ผมรู้ ก็ขำดีนะ

เธอเบ้ปาก

อิริน่ากับเคทบอกว่าฉันควรจะปล่อยให้คุณได้อยู่ตามลำพัง พวกเขาคิดว่าฉันทำให้คุณรำคาญ

ไม่เลย ผมยืนยันกับเธอกลับกันเสียด้วยซ้ำ ผมต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายหยาบคาย... หยาบคายจนน่ารำคาญ ผมต้องขอโทษมาก ๆ

คุณกำลังจะกลับบ้านใช่ไหมคะ?  เธอคิดในใจ

ผมยัง... ไม่ได้ตัดสินใจ... แน่นอนลงไปหรอกนะ

แต่คุณก็จะไม่อยู่ที่นี่  เธอคิดรำพึงรำพัน

คงจะไม่ ดูเหมือนว่ามันก็ไม่ได้... ช่วยให้อะไรดีขึ้น

เธอทำหน้าเศร้า เป็นความผิดของฉันสินะคะ

ไม่เสียหน่อย ผมพูดปดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

อย่าทำเป็นสุภาพบุรุษไปหน่อยเลย

ผมยิ้ม

ฉันทำให้คุณอึดอัด  เธอกล่าวหาตัวเอง

ไม่ใช่หรอก

เธอเลิกคิ้วขึ้นสูง  และทำสีหน้าไม่เชื่อเสียจนผมอดหัวเราะไม่ไหว  ผมหัวเราะเบา ๆ และตามมาด้วยการถอนหายใจอีกครั้ง

ก็ได้ ผมยอมรับ ก็นิดหน่อยครับ

เธอถอนหายใจเช่นกัน พร้อมกับเอามือเท้าคาง ความคิดของเธอเศร้าหมอง

คุณน่ารักกว่าดวงดาวพวกนี้ตั้งเป็นพันเท่านะธันยา  และคุณก็รู้ความจริงข้อนั้นดีอยู่แล้ว  อย่าปล่อยให้ความหัวดื้อของผมมาบั่นทอนความเชื่อมั่นของคุณลงเลยนะผมหัวเราะหึกับตัวเองกับความเป็นไปไม่ได้ของเรื่องนั้น

ฉันไม่ชินกับการถูกปฏิเสธ เธอบ่นอุบ เธอบุ้ยริมฝีปากล่างออกมาอย่างน่าเอ็นดู

ผมรู้ว่าคุณไม่ชิน ผมเห็นพ้อง และด้วยความพยายามที่ไม่ค่อยสำเร็จนักที่จะปิดกั้นความคิดของเธอออกไปในขณะที่เธอระลึกความทรงจำถึงความสำเร็จเป็นพัน ๆ ครั้งในการพิชิตใจชายของเธอ  โดยส่วนใหญ่แล้วธันยาจะชอบมนุษย์ผู้ชาย เหตุผลหนึ่งคือพวกเขามีให้เลือกมากมาย ข้อดีอีกอย่างคือพวกเขามีร่างกายที่นุ่มและอบอุ่น และมักตอบรับอย่างกระตือรือร้นเสมอ

ซัคคิวบัส*” ผมล้อเธอ หวังใจว่าจะสามารถขัดจังหวะมโนภาพที่ฉายอยู่ในหัวเธอได้ 

[* “ซัคคิวบัส หมายถึง แวมไพร์ผู้หญิงที่ล่อลวงมนุษย์ผู้ชายให้มามีสัมพันธ์ด้วย ผู้แปล / อ้างอิงจากนิยายชุดทไวไลท์ ] 

เธอยิ้มกว้างเห็นฟัน ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ

ธันยาและพี่น้องของเธอต่างจากคาร์ไลล์ตรงที่พวกเธอค้นพบวิถีชีวิตที่รู้ผิดชอบชั่วดีนี้อย่างช้า ๆ  และท้ายที่สุดสิ่งที่ชักนำให้พวกเธอหยุดคร่าชีวิตมนุษย์ก็คือความพึงใจที่พวกเธอมีต่อมนุษย์ผู้ชายนั่นเอง  และตอนนี้เหล่าชายที่พวกเธอรักก็ได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

ตอนที่คุณมาที่นี่ ธันยาพูดขึ้นช้า ๆ ฉันคิดว่า...

ผมรู้ดีว่าตอนนั้นเธอคิดอย่างไร และผมก็น่าจะคาดได้ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร  เพียงแต่ในตอนนั้นจิตใจผมไม่อยู่ในสภาพที่จะคิดวิเคราะห์อะไรได้ดีนัก

คุณคิดว่าผมเปลี่ยนใจแล้ว

ค่ะเธอทำหน้านิ่ว

ผมรู้สึกแย่มากที่ล้อเล่นกับความคาดหวังของคุณนะธันยา ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น  ผมไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีก่อน ผมแค่จากมา... ด้วยความรีบเร่ง

ฉันไม่คิดว่าคุณจะเล่าให้ฉันฟังหรอกนะว่าทำไม...

ผมลุกขึ้นนั่งตัวตรงในท่ากอดเข่า ห่อตัวอย่างระแวดระวัง ผมไม่อยากจะพูดถึงมัน

ธันยา อิริน่า และเคททำได้ดีทีเดียวในวิถีชีวิตที่พวกเธอยึดมั่น  ในบางเรื่องก็ทำได้ดีว่าคาร์ไลล์เสียด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่พวกเธอทำเรื่องที่เสียสติอย่างเช่นการพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับมนุษย์ผู้ซึ่งควรจะเป็น (และครั้งหนึ่งก็เคยเป็น) เหยื่อของพวกเธอ  แต่พวกเธอก็ไม่เคยทำผิดพลาด  ผมรู้สึกอับอายเกินกว่าจะยอมรับว่าตนเองอ่อนแอต่อหน้าธันยา

ปัญหาเรื่องผู้หญิงหรือคะ? เธอเดา ไม่สนใจท่าทางกระอักกระอ่วนใจของผม

ผมหัวเราะอย่างอ่อนแรง ไม่ใช่ในแบบที่คุณคิดหรอกครับ

เธอนิ่งเงียบ ผมฟังความคิดของเธอในขณะที่เธอคาดเดาไปต่าง ๆ นานา พยายามจะถอดรหัสความหมายของคำพูดผม

ไม่เฉียดเลยล่ะ ผมบอกเธอ

ใบ้ให้หน่อยน่า เธออ้อน

ช่างมันเถอะ  ธันยา

เธอนิ่งเงียบอีกครั้งแต่ในใจก็ยังคาดเดาต่อไป  ผมเพิกเฉยต่อเธอและหันมาชื่นชมความงามของดวงดาวแม้จะเป็นความพยายามที่ไร้ผล

เธอยอมแพ้หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ แล้วความคิดเธอก็เบนไปเรื่องอื่น

ถ้าคุณไปจากที่นี่ แล้วคุณจะไปที่ไหนคะ เอ็ดเวิร์ด? กลับไปหาคาร์ไลล์หรือ?

คงไม่หรอก ผมตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

ผมจะไปที่ไหนดี? ผมนึกไม่ออกว่าบนโลกใบนี้จะมีสถานที่ใดที่น่าสนใจสำหรับผม ไม่มีอะไรที่ผมอยากจะเห็นหรืออยากจะทำ  เพราะไม่ว่าผมจะไปที่ใด มันก็คงจะไม่ใช่การตั้งใจไปสถานที่แห่งนั้น มันคงจะเป็นเพียงการวิ่งหนีจากมาเท่านั้นเอง

ผมเกลียดความจริงข้อนั้น  ผมกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาวอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไร

ธันยาโอบแขนเรียวยาวของเธอรอบไหล่ผม  ผมเกร็งแต่ก็ไม่ได้ขยับตัวหนีจากสัมผัสของเธอ เพราะเธอไม่ได้หมายความอะไรเกินกว่าแค่การปลอบใจแบบเพื่อน ...ก็โดยส่วนใหญ่ละนะ

ฉันคิดว่าคุณจะกลับไปล่ะ  เธอพูด น้ำเสียงเธอยังมีสำเนียงรัสเซียที่จางหายไปนานแล้วเจืออยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด... หรือใครก็แล้วแต่ที่หลอกหลอนคุณอยู่ คุณก็จะเผชิญหน้ากับมันตรง ๆ   คุณเป็นคนแบบนั้นละค่ะ

ความคิดของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นไม่ต่างจากคำพูด  ผมพยายามจะโอบรับภาพของตัวผมที่เธอเห็นในความคิดของเธอ ผมคนที่กล้าเผชิญกับปัญหา มันช่างเป็นสุขใจที่ได้นึกถึงตนเองในแบบนั้นอีกครา

ผมไม่เคยเคลือบแคลงสงสัยในความกล้าหาญและความสามรถในการเผชิญกับอุปสรรคของตนเองมาก่อน จนกระทั่งได้ประสบกับชั่วโมงอันแสนเลวร้ายในห้องเรียนชีววิทยาเมื่อไม่นานมานี้

ผมจูบเธอที่แก้ม แล้วรีบดึงตัวออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อเธอหันหน้ามาตรงกับหน้าผม ริมฝีปากของเธอเผยอออกมารอคอย เธอยิ้มเศร้า ๆ ที่เห็นผมขยับออกห่างอย่างรวดเร็ว

ขอบคุณนะธันยา นั่นคือสิ่งที่ผมอยากได้ยินจริง ๆ

ความคิดของเธอเปลี่ยนมาเป็นขุ่นเคือง ก็คงต้องบอกว่า ด้วยความยินดีสินะคะ ฉันหวังอยากให้คุณเป็นคนที่มีเหตุมีผลมากกว่านี้นะเอ็ดเวิร์ด

ผมขอโทษนะธันยา คุณก็รู้ว่าคุณน่ะดีเกินไปสำหรับผม  ผมก็แค่... ยังไม่พบสิ่งที่ผมค้นหาอยู่

ก็...ถ้าคุณไปก่อนที่ฉันจะได้เจอคุณอีกละก็... ลาก่อนนะคะ เอ็ดเวิร์ด

ลาก่อน ธันยา เมื่อผมเอ่ยคำลาออกไป ผมก็เห็นภาพนั้นขึ้นมาจริง ๆ  ผมเห็นตัวเองจากที่นี่ไป เห็นตัวเองเข้มแข็งพอที่จะกลับไปยังสถานที่เพียงแห่งเดียวที่ผมต้องการอยู่จริง ๆ  ขอบคุณอีกครั้งครับ

เธอลุกขึ้นยืนอย่างคล่องแคล่วแล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็วเสียจนไม่มีรอยเท้าทิ้งไว้ให้เห็นบนพื้นหิมะ  เธอไม่ได้หันมองกลับมาอีก  การปฏิเสธของผมทำร้ายจิตใจเธอมากกว่าที่เธอแสดงออกมาให้เห็นก่อนหน้านี้ หรือแม้แต่ในความคิดของเธอก็ตาม  เธอคงจะไม่อยากเห็นหน้าผมอีกครั้งก่อนที่ผมจะจากไปผมเบ้ปากด้วยความรู้สึกเศร้าใจ ผมไม่อยากทำร้ายธันยา แม้ว่าความรู้สึกที่เธอมีนั้นไม่ได้ลึกซึ้งหรือบริสุทธิ์ใจอะไรนัก และก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ผมจะตอบรับได้  แต่มันก็ยังทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย

ผมเกยคางไว้บนเข่าแล้วแหงนมองดวงดาวอีกครั้งแม้ว่าผมจะรู้สึกกระวนกระวายใจอยากรีบออกเดินทางก็ตาม  ผมรู้ว่าอลิซจะต้องมองเห็นผมกำลังกลับบ้านและเธอก็คงจะบอกคนอื่น ๆ ซึ่งนั่นคงจะทำให้ทุกคนมีความสุข  โดยเฉพาะคาร์ไลล์กับเอสเม่  แต่ผมก็จ้องมองดวงดาวอีกครั้ง พยายามจะมองทะลุผ่านใบหน้าที่อยู่ในหัวของผม ที่กั้นกลางระหว่างผมกับหมู่ดาว ดวงตาสีน้ำตาลช็อคโกแล็ตที่ฉายแววแปลกใจจ้องกลับมายังผมราวกับจะถามว่าการตัดสินใจของผมครั้งนี้จะส่งผลต่อเธออย่างไร  แน่นอนว่าผมก็ไม่อาจทราบได้ว่านั่นคือสิ่งที่ดวงตาช่างสงสัยคู่นั้นค้นหาจริง ๆ หรือไม่  แม้แต่ในจินตนาการของผมเองผมก็ยังคงไม่ได้ยินเสียงความคิดของเธอ  ดวงตาของเบลล่า สวอนยังคงตั้งคำถามต่อไป และผมก็ยังคงไม่สามารถมองเห็นความงามของดวงดาวโดยปราศจากสิ่งขวางกั้นนี้ได้เลย  ผมถอนหายใจแรง ยอมแพ้และลุกขึ้นยืน  ถ้าผมวิ่งไป ผมคงจะกลับไปถึงรถของคาร์ไลล์ภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง...

ด้วยความรีบเร่งที่จะกลับไปเจอหน้าครอบครัวและความปรารถนาที่จะเป็นเอ็ดเวิร์ดคนที่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา ผมเร่งฝีเท้าข้ามทุ่งหิมะที่ส่องสว่างด้วยแสงดาวอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งไว้แม้แต่รอยเท้า

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แปลเก่งจังเลยค่ะ นี่ขนาดไม่ใช่มืออาชีพนะเนี้ย พยายามต่อไปนะคะ เอาใจช่วยค่ะ SHOW

#1 By อาภรณ์ (118.173.251.41) on 2009-11-11 10:52

จะรอติดตามผลงานแปล บทต่อไปนะคร๊า ช๊อบ ม๊ากกเลย ง่ะ เอิดเวิร์ด น่ารักมากมาย

#2 By NongNaLux (58.64.60.80) on 2009-11-26 18:42